___________________________________________________________________________

เรื่องราวของโคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์
หรือ “PYK”



ร้านโคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 โดยคุณกฤตพล คงประสม หรือคุณโด่ง ด้วยความที่เป็นคนชอบรับประทานเนื้อวัวมาก และลิ้มลองเนื้อมาหมดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อพื้นบ้านราคาหลักสิบต่อกิโลกรัม จนถึงเนื้อ นำเข้าราคาเรือนหมื่น เช่น เนื้อโกเบ เนื้อมัตสึซากะ สุดท้ายก็ได้ค้นพบว่า “เนื้อโคขุนไทยเฟรนซ์โพนยางคำ”นั้น มีความนุ่มและอร่อยใกล้เคียงกับเนื้อมัตสึซากะมาก แต่ราคาถูกกว่าถึง 10 เท่า จึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าหากนำเนื้อโคขุนไทยเฟรนซ์นี้มาทำสเต็กก็คงอร่อย เพราะเนื้อนุ่มดีและรสชาติใช้ได้ หากนำมาปรุงอาหารแทนเนื้อวัวธรรมดาก็คงจะอร่อยยิ่งขึ้นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้อาหารอีสานได้อีก ทั้งหมดนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของ “ร้านโคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์”ที่ผู้บริโภครู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งสาขาแรกที่เปิดให้บริการได้แก่ สาขาเกษตร-นวมินทร์


ปัจจุบันร้านโคขุนโพนยางคำ เกษตร-นวมินทร์ หรือ“PYK” เปิดให้บริการ 11 สาขา ได้แก่ สาขาเกษตร-นวมินทร์,ราชพฤกษ์,เซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ,เซ็นทรัลพลาซ่า รามอินทรา,เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว,เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม9, เซ็นทรัลพลาซ่า บางนา,แฟชั่นไอส์แลนด์,ซีคอนสแควร์และเซียร์
รังสิต



ที่มาของโคขุนโพนยางคำ


บ้านโพนยางคำ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร อาจเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายด้วยการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ อันเป็นวิชาชีพชีพขั้นพื้นฐานของวิถีเกษตรกรรม และยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

จนเมื่อปี พ.ศ. 2523 ได้มีการจัดตั้งสหกรณ์โพนยางคำขึ้น ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกจำนวนมาก เพราะถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้แก่ครอบครัวได้อย่างมั่นคง

โคขุนโพนยางคำนั้นเป็นโคเนื้อลูกผสมพันธุ์ไทย-ฝรั่งเศส ที่เกิดจากการผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อจากพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์โคเนื้อ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ชาโรเลย์ส (Charolais) ถิ่นกำเนิดประเทศฝรั่งเศส เป็นสายพันธุ์หลัก, พันธุ์ซิมเมนทอล (Simmental) ถิ่นกำเนิดประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และพันธุ์ลิมูซีน (Limusin) ถิ่นกำเนิดประเทศฝรั่งเศส

หลังจากลูกโคสายเลือดผสมมีอายุประมาณ 2 ปีแล้ว ก็จะเข้าสู่วิธีการ "ขุนโค" โดยจัดการถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีน และตอนก่อนที่จะนำเข้าคอก ทางสหกรณ์ใช้เทคนิคการให้โคฟังเพลงเพื่อให้วัวกินอาหารได้มาก โดยเชื่อว่าเนื้อวัวที่ได้จะนุ่ม และเลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติเป็นหลัก แบ่งเป็นอาหารหยาบที่ใช้หญ้าหรือฟาง เสริมด้วยอาหารสูตรพิเศษที่ใช้ธัญพืชในการผลิต ซึ่งเชื่อกันว่าเนื้อโคจะมีกลิ่นหอมและรสหวานยิ่งขึ้น ส่วน ที่คอกวัวนั้นมีการดูแลความสะอาดเป็นอย่างดี ทำความสะอาดพื้น เก็บมูล อาบน้ำวัว แปรงขัดขน ให้วัวกินอาหารได้มากขึ้น

ซึ่งความพิเศษของเนื้อโคขุนโพนยางคำนั้น เนื้อจะมีรสชาติอร่อย หอม เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ไม่มีกลิ่นเหม็นสาบ และมีลายไขมันแทรกตามมาตรฐานสากล (หรือที่เรียกว่า Marbling Score)